Immortal and Martial Dual Cultivation 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ

Now you are reading Immortal and Martial Dual Cultivation Chapter 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

 

ตอนที่ 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ

 

มองดูแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งขึ้นไปในอากาศเฉาหยุ่นหยุดฝีเท้าของเขาลง เขาพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมาเบาๆ “ช่างเป็นทักษะต่อสู้ที่ทรงพลังช่างน่าเสียดาย,มันจะไร้ประโยชน์เมื่อลอยขึ้นไป”

 

ริมฝั่งแม่น้ําสีขุ่นเซียวเฉินค่อยๆฟื้นขึ้นมา เขาลืมตาขึ้นและมองเห็นซูเสียวเสียวและจินต้าเปาที่กําลังเป็นกังวล เขารู้สึกอบอุ่นในใจและยิ้มขึ้นบางๆ “ขอบคุณ!”

 

ซูเสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้น “เจ้ารู้สึกเช่นไร? เจ้าล้มพับลงไปเมื่อครู่ พวกเรากลัวแทบแย่”

 

ดวงตาของจินต้าเป่าเติมเต็มไปด้วยแสงสว่างพร้อมกับวิ่งเข้ามา เขายิ้มขึ้น “ พี่น้องเซียว,ข้าเห็นเจ้าแกะสลักเขาราชันย์สิงโตทองคําเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นไปได้ไหมที่เจ้าจะทําสมบัติลับนออกมาอีกหลายๆชิ้น?”

 

เจ้าหมูตัวนี้มีเพียงเงินตราที่เขาเห็นอยู่ในสายตาอย่างแท้จริง เซียวเฉินลุกขึ้นเมินเฉยเขา เขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองและไม่พบบาดแผลอะไร เขาเพียงแค่ฝืนใช้ พลังปราณมากจนเกินไปเท่านั้น เขาถามขึ้น “ข้าหมดสติไปนานเท่าไหร่? คนพวกนั้นตามพวกเรามารีเปล่า?”

 

ซูเสียวเสี่ยวตอบกลับ “เกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ไม่มี คนของตระกูลชั้นสูงไล่ตามพวกเรามาต้าเปาเห็นพวกเขางหน้าตามแม่น้ําไป,พวกเรากําลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะตามพวกเขาไป”

 

เซียวเฉินยืดเส้นยืดสายและรู้สึกได้ว่าร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ เขาพูดขึ้นอย่างไม่แยแส “พวกเราจะตามไป โรงศพทองคําของมหาปราชญ์ยังไม่ถูกเปิดออก หากพวกเราไม่ ตามไป,การมาในครั้งนี้จะเสียเปล่า”

 

เจ้าหมูหัวเราะเสียงดัง “ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่น้องเซียวต้องตามพวกมันไป ข้าไปตรวจสอบเส้นทางมาแล้วเรียบร้อย พวกเขาเดินตามแม่น้ําไปก่อนที่จะขึ้นไปยังแท่นหินสูง กว่าหนึ่งพันเมตร”

 

“ข้ายังพบเจ้าหมอนั้น,อู่เฉาหยุ่น,แอบย่องไปคนเดียว ไม่ได้รวมกลุ่มกับพวกเขา”

แท่นหินสูงกว่าพันเมตร.เซียวเฉินคิ้วขมวด,ตามความคิดของเขา หากเจ้าหมูไม่ได้ตาฝาด,นั้นจะต้องเป็นเขตแดน เล็กที่มหาปราชญ์สร้างขึ้น มิฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น

 

นอกจากนั้นตั้งแต่ที่จู่เฉาหยุ่นปรากฏตัวออกมา ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงเป็นปริศนา คนอื่นมาพร้อมกองทัพใหญ่โต,แต่เข้ากลับเข้ามาเพียงตัวคนเดียว

 

พวกเขาทั้งสามรับมุ่งหน้ามาทันทีเพียงไม่นาน, พวกเขาก็มาถึงยังจุดที่เหล่าตระกูลชั้นสูงฆ่าฟันกับอสูรปีศาจค้างตาว พวกเขาเห็นซากอสูรปีศาจมากมาย และเซียวเฉินก็หยุดฝีเท้าลงเซียวเฉินใช้กระบี่เงาจันทร์ของเขาตัดผ่าซากหนึ่งใน อสูรปีศาจพวกนี้ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง,และเขา ก็เดินตรงไปที่ริมฝั่งแม่น้ํา เขามองเห็นหมอกควันสีดําที่ปกคลุมผิวแม่น้ําเอาไว้ เขาตกตะลึง,พลังฉีปีศาจหนาแน่นปกคลุ มไปทั่วพื้นน้ํา

 

ที่ซากโบราณของมหาปราชญ์….ทําไมถึงมีพลังฉีปีศาจมากมายเช่นนี้มารวมตัวกัน? มันคือซากมหาปราชญ์หรือซากปีศาจกันแน่? เซียวเฉินคิดอย่างงุนงงกับตัวเอง เขารู้ สึกถึงบางสิ่งที่ผิดแปลกเกี่ยวกับซากโบราณ

 

“นายน้อยเซียว, เจ้าคิดอะไรอยู่” ซูเสี่วเสี่ยวถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อนางเห็นว่าเซียวเฉินนิ่งเงียบจ้องมองไปยังแม่น้ํา

 

เซียวเฉินตื่นขึ้นมาจากความคิดของเขาและยิ้มขึ้นเบาๆ “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ!”

 

ทั้งสามคนเดินทางต่อไป,ใช้ทักษะเคลื่อไหวเรียงกันไป เซียวเฉินประหลาดใจที่เห็นว่าเจ้าหมูไม่ได้เชื่องช้าไปกว่า เซียวเฉินเลยผิดกับรูปร่างของเขา เขาสงสัยว่าเจ้าหมูกําลัง ใช้ทักษะเคลื่อนไหวใดอยู่

 

มองเห็นเซียวเฉินที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึงเจ้าหมูกาง พัดในมือและหัวเราะออกมาอย่างน่าถีบ เซียวเฉินไม่อาจทน เห็นพฤติกรรมอวดดีเช่นนี้ของเจ้าหมูได้ และหันหนีไปทา งอื่นอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเรามาถึงแล้ว แท่นหินอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ํา เมื่อเราข้ามแม่น้ําไป, พวกเราก็ถึงแล้ว” หลังจากที่พวกเขามาถึงตีน ภูเขา,เจ้าหมูหยุดลงและชี้ไปที่แท่นหินตรงข้ามฝั่งแม่น้ํา เขาพูดขึ้น “พวกเขาน่าจะขึ้นไปกันแล้ว”

 

เซียวเฉินมองดูพลังฉีปีศาจที่หนาแน่นเต็มพื้นผิวแม่น้ําและพูดขึ้น “พวกเราไม่อาจข้ามไปตรงๆ หมอกควันสีดํานี้ คือพลังฉีปีศาจสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็สามารถทําให้พวกเราถูกครอบงํา”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาก็หยิบขวดหยกออกมาจากแหวนห้วงจักรวาล ขวดหยกใบนี้คือสม บัติช่องว่างเหมือนกับแหวนห้วงจักรวาล พื้นที่ด้านในของมันมีมหาศาลเพียงแต่มันสามารถใส่ลงไปได้เพียงของเหลวและหมอกควันเท่านั้น มันเป็นของที่เซียวเฉินทําขึ้นมาแก้เบื่อในตอนที่อยู่ในเมืองไปสู่ย

 

เขาชี้ปากขวดหยกไปที่แม่น้ํา, จินต้าเปาและซูเสียวเสี่ยวต่างงุนงง,น้ําในแม่น้ําสีดําเริ่มปั่นปวน,มันดูดซับเอาพลังฉีปีศาจจากพื้นผิวของน้ํา

 

หลังจากนั้นครูใหญ่,บนพื้นผิวแม่น้ําสีดํากลายเป็นไร้ซึ่งพ ลังฉีปีศาจปกคลุมเซียวเฉินเก็บขวดหยกและพูดขึ้นอย่างตื่นตัว “ไปกันเถอะ!”

 

เซียวเฉินสามารถใช้คาถาแรงโน้มถ่วงบินข้ามไป เจ้าหมู และซูเสี่ยวเสียวกระโดดไปบนผิวน้ําก่อนที่จะมาถึงอีกฝั่ง หลังจากที่พวกเขาข้ามมาได้ เจ้าหมูขยับเข้ามาใกล้เซียว เฉินในทันที เขายิ้มขึ้น “พี่น้องเสี่ยวเมื่อกี้มันอะไร? พี่น้อง ตัวโตจะขอหยิบมาดูสักหน่อย?”

 

เซียวเฉินไม่ได้ปฏิเสธ ขวดหยกใบนี้ไม่ใช้สมบัติล้ําค่าอะไร มากมาย นอกจากนั้น,การใช้งานก็จํากัด มันเป็นเพียงแค่ ของที่เขาทําขึ้นมาแก้เบื่อ,ชิ้นงานก็หยาบกระด้าง มันไม่ มีปัญหาที่จะให้เจ้าหมูเอาไปดู

 

เจ้าหมูถือมันไว้ในมือพร้อมกับลูบไล้ชื่นชม หลังจากนั้น ครูใหญ่,เขาก็คืนขวดกลับมา เขาถามขึ้น “ทําไมข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าเป็นคนสร้างขวดใบนี้ขึ้นมา? นอกจากนั้น,ชิ้นงานยังหยาบกระด้าง”

 

เซียวเฉินตกตะลึง เจ้าหมูตัวนี้สายตาช่างแหลมคม เขาไม่ได้ตอบกลับและมองตรงไปที่แท่นหิน เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังฉีอันเที่ยงธรรมดที่มันส่งออกมา

 

เมื่อพวกเขามาถึงแท่นหิน,ทันใดนั้นเจ้าหมูก็พูดขึ้น “ดูเหมือนมีคนบางกลุ่มกําลังนั่งขัดสมาธิ”

 

เซียวเฉินรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ กลุ่มคนที่กําลังนั่งขัดสมาธิไม่ได้ตื่นตัวแต่อย่างใด พวกเขาเคลื่อนตัวเข้ามาเสียงก็ไม่ใช่เบา,แต่คนกลุ่มนี้ไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย

 

“มีบางอย่างผิดปกติ,คนพวกนี้ดูเหมือนราวกับได้ตายไปแล้ว” เซียวเฉินเดินตรงเข้าไปทันทีที่เขาพูดจบ

 

มีกองกระดูกสีขาวมากมายบนพื้น สําหรับผู้คนที่นั่งลงท่าขัดสมาธิอยู่,ดวงตาของพวกเขาปิดสนิท

 

ราวกับกําลังหลับฝัน เจ้าหมูใช้มือของเขาผลักเบาๆไปที่ร่างหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็ล้มลงไปในทันที

 

จินต้าเป่าหน้าซีดขาว เขามองไปที่กองกระดูกสีขาวและจ้องไปที่เหล่าผู้บ่มเพาะพลังของตระกูลชั้นสูงที่กําลังนั่งขัดสมาธิ เขาคิ้วขมวด “ผู้บ่มเพาะพลังพวกนี้เพียงแค่ตายจาก ไปเฉยๆ ยิ่งกว่านั้นท่าทางตอนตายของพวกเขายังแปลกประหลาด”

 

ด้านข้างศพของเหล่าตระกูลชั้นสูง, บริวารของขุนนางกุยยี่,นักรบทองคํา,ทั้งหมดตกตายไปอย่างไม่รู้สาเหตุเช่นกันพวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นเพียงแค่ผลักเบาๆ

 

เจ้าหมูทันใดนั้นก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง ก่อนที่เซียวเฉินจะได้ ตอบโต้อะไรเขาก็เห็นเจ้าหมูเคลื่อนไหวราวกับพายุและปลดทรัพย์รูดของนักรบทองคําของขุนนางกุนยี่ เอาชุดเกราะศึกระดับปฐพี

 

ไม่นานนัก เจ้าหมูเก็บชุดเกราะไปมากกว่าหนึ่งร้อยชุด เจ้าหมูเพ่งมองดูอย่างละเอียด และสีหน้าของเขาเปลี่ยน เขาถามขึ้น “ทําไมชุดเกราะทั้งหมดถึงได้สูญเสียพลังวิญญาณของมันไปแล้ว? เกิดบ้าอะไรขึ้น”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาหยิบเอามีดออกมาและแทงลงไปที่ชุดเกราะ เกิดเป็นรูเล็กๆขึ้นมาบนชุดเกราะสีทองทันทีก่อนที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยง

 

ซูเสี่ยวเสี่ยวสีหน้าประหลาดใจ นางหยิบเอาชุดเกราะศึกสีทองขึ้นมาและตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่นางพูดขึ้น “ศิลาแสงจันทร์ที่หลอมรวมเข้าไปในชุดเกราะดูเหมือนจะถูกบางอย่างดูดกลืนออกไปจนหมด” 

 

เมื่อเซียวเฉินและจินต้าเปาได้ยินเช่น นั้น,พวกเขาต่างตกตะลึงในใจพวกเขาไม่เห็นเคยได้ยินเรื่อง เช่นนี้มาก่อน ศิลาแสงจันทร์คือหินอัศจรรย์แห่งสวรรค์และปฐพี มันประกอบขึ้นมาด้วยเต่าจากธรรมชาติ มันถูกดูดกลืนหายไปได้เช่นไร?

 

เซียวเฉินจับจ้องสายตาไปที่แท่นหิน เขาพยายามอย่างที่สุดขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไป แต่เขากลับไม่อาจทําได้ ภายในขอบเขตเล็กๆนี้ มันเป็นการยากแม้แต่จะดึงสัมผัส วิญญาณออกไปนอกร่างของเขา

 

เจ้าหมูพึมพํา “ไม่เป็นไร,ขึ้นไปกันเถอะ หากไม่ขึ้นไปก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ,เขาก็ไม่สามารถขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไปตรวจสอบดูได้ เขาทําได้เพียงเห็นด้วยกับความคิดของเจ้าหมู ทั้งสามคนก้าวขึ้นไปบนแท่นหิน

 

ทันทีที่ทั้งสามคนขึ้นไปเหยียบบนแท่นหิน,มังกรฟ้าในร่างของเซียวเฉิน,พัดสีทองของเจ้าหมู,และพิณในมือของซูเสี่ยวเสี่ยวทันใดนั้นทั้งหมดต่างส่งกระแสพลังออกมา กระแสพลังทั้งสามผสานเข้าด้วยกันและก่อเกิดเป็นม่านพลัง เล็กๆล้อมรอบพวกเขาเอาไว้

 

ซูเสียวเสี่ยวพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึง “นี่เป็นการป้อง กันตัวเองของอาวุธศักดิ์ ต้องมีบางอย่างน่าหวาดกลัวภาย ใต้แท่นหินแห่งนี้ มิฉะนั้น,อาวุธศักดิ์คงไม่เรียกใช้การป้อง กันตัวเอง”

 

เซียวเฉินมองไปที่ขั้นบันไดที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเบาใจอย่างแปลกประหลาด พวกเขาทงสามเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบๆ พวกเขามาถึงจุดที่ไม่อาจหันกลับได้แล้ว

 

หลังจากผ่านมาหนึ่งร้อยชั้น ,กองกระดูกหนาแน่นเริ่มปรากฏให้เห็นตามขั้นบันไดหิน ทั้งกลุ่มเหยียบย่ําไปบนกองกระดูก เกิดเป็นเสียงกรอบแกรบ เสียงนั้นอาจทําให้บางคนถึงกับเสียวหลังหัว

 

“บี้ม!”

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดดิ้นไปมาในแหวนห้วงจักรวาล เซียวเฉินตกอกตกใจ เขาหยุดฝีเท้าลงและมองไปรอบๆตัวเขา ดาบหักขึ้นสนิมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา

 

มันคืออะไร? อาวุธกิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังรากปัญญาแห่งการต่อ สู้อีกชิ้นหนึ่ง? เซียวเฉินถามกับตัวเองหลังจากที่เขาหยิบดา บนักเล่มนั้นขึ้นมาเขาไม่อาจมองหาอะไรผิดแปลกบนตัว

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดไปมายิ่งกว่าเดิมภายในแหวนห้วงจักรวาล

 

ราวกับอยากจะกระโดดออกมาจากแหว เซียวเฉินไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เซียวเฉินเก็บดาบนักๆเข้าไปในแหวนห้วงจักรวาลและเดินหน้าต่อ มันเห็นได้ชัดว่าดาบหักเล่มนี้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับดาบไม้อัส

 

หลังจากเดินย่ําไปกองกระดูกสีขาวมานับไม่ถ้วน, พวกเขา ทั้งสามก็มาถึงร่างไร้หัวของฮวาเทียนหยู่ เจ้าหมูพบข้อความ

 

ที่เขียนอยู่บนพื้น จากนั้นเขาก็เข้าไปค้นร่างศพไร้หัว

 

“ให้ตายเถอะ,ไม่มีอะไรเลย มหาปราชญ์ผู้นี้ยาจกโดยแท้” เจ้าหมูสาปด่าออกมาเสียงค่อย

 

ซูเสี่ยวเสียวมองเห็นรอยบนนิ้วชี้ของเขา เห็นชัดว่าเป็นร่องรอยของแหวน นางพูดขึ้นอย่างเฉยเมย “ตรงนั้นน่าจะ เคยสวมแหวนห้วงอวกาศเอาไว้ มีใครบางบนถอดมันออกไป ไม่นานมานี้”

 

เซียวเฉินเมินคําของเจ้าหมูและตรวจสอบรอยแผลบนคอของฮวาเทียนหยู่อย่าละเอียด มันเป็นรอยตัดของดาบ หัวของฮวาเทียนหยู่ถูกตัดออกไประดับขอบเขตมหาปราชญ์ถูกใครบางคนสังหาร?

 

ใครที่จะทรงพลังถึงเพียงนั้น? ที่สังหารระดับขอบเขตมหาปราชญ์ลงได้เหมือนเชือดหมู หรือจะเป็นระ ดับขอบเขตจักรพรรดิ? เซียวเฉินคิดอย่างสงสัยทันใด นั้นเขาก็คิดอะไรออก “เจ้าหมูลองหาดูรอบๆ หัวของเขาอาจจะยังอยู่แถวนี้”

 

จินต้าเปาคืนสติและมองไปที่ร่างศพไร้หัว เขารู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติเช่นกัน เขามองหาดูรอบๆพร้อมกับเซียว เฉิน,แต่หลังจากผ่านไปนาน,พวหเขาไม่แม้แต่จะพบสักหัว

 

“น่าแปลก,หัวหายไปไหน?” จินต้าเป่าถามขึ้นเต็มไปด้วยความงุนงง

 

เหนือขึ้นไปบนแท่นหิน,จีชางคงและคนที่เหลือที่เหลือ ตัดแบ่งสมบัติจากมหาปราชญ์อีกคนหนึ่ง หลังจากนั้น พวกเขานั่งลงขัดสมาธิและกุมเอาหินวิญญาณระดับต่ําเอาไว้ใน มือของพวกเขา พื้นพลังปราณในร่างอย่างรวดเร็ว

 

ตลอดทางไม่เพียงแค่ศพของบรรพบุรุษจากหลายตระกูล, พวกเขายังพบแม้กระทั่งร่างศพของจักรพรรดิอังสือ พวกเขาทั้งหมดคือมหาปราชญ์จากหนึ่งพันปีก่อน เป็นผู้ที่ มาจากยุคเดียวกันทั้งหมด

 

จีชางคงเป็นคนแรกที่ฟื้นพลังกลับมาได้ทั้งหมด เขาโยนหินวิญญาณที่มืดมัวทิ้งไปด้านข้าง เขาเห็ นว่าพวกเขากําลังเข้าไปใกล้ยอดของแท่นหินแล้ว แต่เขาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับมัน กลับกัน,กลับมีเงาดํามืดแอบซ่อนอยู่ในความคิดของเขา

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

Immortal and Martial Dual Cultivation 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ

Now you are reading Immortal and Martial Dual Cultivation Chapter 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ at นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย pdf OreNovel.Com.

 

ตอนที่ 123 เจ้าหมูฆ้องอาจ

 

มองดูแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งขึ้นไปในอากาศเฉาหยุ่นหยุดฝีเท้าของเขาลง เขาพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมาเบาๆ “ช่างเป็นทักษะต่อสู้ที่ทรงพลังช่างน่าเสียดาย,มันจะไร้ประโยชน์เมื่อลอยขึ้นไป”

 

ริมฝั่งแม่น้ําสีขุ่นเซียวเฉินค่อยๆฟื้นขึ้นมา เขาลืมตาขึ้นและมองเห็นซูเสียวเสียวและจินต้าเปาที่กําลังเป็นกังวล เขารู้สึกอบอุ่นในใจและยิ้มขึ้นบางๆ “ขอบคุณ!”

 

ซูเสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้น “เจ้ารู้สึกเช่นไร? เจ้าล้มพับลงไปเมื่อครู่ พวกเรากลัวแทบแย่”

 

ดวงตาของจินต้าเป่าเติมเต็มไปด้วยแสงสว่างพร้อมกับวิ่งเข้ามา เขายิ้มขึ้น “ พี่น้องเซียว,ข้าเห็นเจ้าแกะสลักเขาราชันย์สิงโตทองคําเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นไปได้ไหมที่เจ้าจะทําสมบัติลับนออกมาอีกหลายๆชิ้น?”

 

เจ้าหมูตัวนี้มีเพียงเงินตราที่เขาเห็นอยู่ในสายตาอย่างแท้จริง เซียวเฉินลุกขึ้นเมินเฉยเขา เขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองและไม่พบบาดแผลอะไร เขาเพียงแค่ฝืนใช้ พลังปราณมากจนเกินไปเท่านั้น เขาถามขึ้น “ข้าหมดสติไปนานเท่าไหร่? คนพวกนั้นตามพวกเรามารีเปล่า?”

 

ซูเสียวเสี่ยวตอบกลับ “เกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ไม่มี คนของตระกูลชั้นสูงไล่ตามพวกเรามาต้าเปาเห็นพวกเขางหน้าตามแม่น้ําไป,พวกเรากําลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะตามพวกเขาไป”

 

เซียวเฉินยืดเส้นยืดสายและรู้สึกได้ว่าร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ เขาพูดขึ้นอย่างไม่แยแส “พวกเราจะตามไป โรงศพทองคําของมหาปราชญ์ยังไม่ถูกเปิดออก หากพวกเราไม่ ตามไป,การมาในครั้งนี้จะเสียเปล่า”

 

เจ้าหมูหัวเราะเสียงดัง “ ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่น้องเซียวต้องตามพวกมันไป ข้าไปตรวจสอบเส้นทางมาแล้วเรียบร้อย พวกเขาเดินตามแม่น้ําไปก่อนที่จะขึ้นไปยังแท่นหินสูง กว่าหนึ่งพันเมตร”

 

“ข้ายังพบเจ้าหมอนั้น,อู่เฉาหยุ่น,แอบย่องไปคนเดียว ไม่ได้รวมกลุ่มกับพวกเขา”

แท่นหินสูงกว่าพันเมตร.เซียวเฉินคิ้วขมวด,ตามความคิดของเขา หากเจ้าหมูไม่ได้ตาฝาด,นั้นจะต้องเป็นเขตแดน เล็กที่มหาปราชญ์สร้างขึ้น มิฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น

 

นอกจากนั้นตั้งแต่ที่จู่เฉาหยุ่นปรากฏตัวออกมา ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงเป็นปริศนา คนอื่นมาพร้อมกองทัพใหญ่โต,แต่เข้ากลับเข้ามาเพียงตัวคนเดียว

 

พวกเขาทั้งสามรับมุ่งหน้ามาทันทีเพียงไม่นาน, พวกเขาก็มาถึงยังจุดที่เหล่าตระกูลชั้นสูงฆ่าฟันกับอสูรปีศาจค้างตาว พวกเขาเห็นซากอสูรปีศาจมากมาย และเซียวเฉินก็หยุดฝีเท้าลงเซียวเฉินใช้กระบี่เงาจันทร์ของเขาตัดผ่าซากหนึ่งใน อสูรปีศาจพวกนี้ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง,และเขา ก็เดินตรงไปที่ริมฝั่งแม่น้ํา เขามองเห็นหมอกควันสีดําที่ปกคลุมผิวแม่น้ําเอาไว้ เขาตกตะลึง,พลังฉีปีศาจหนาแน่นปกคลุ มไปทั่วพื้นน้ํา

 

ที่ซากโบราณของมหาปราชญ์….ทําไมถึงมีพลังฉีปีศาจมากมายเช่นนี้มารวมตัวกัน? มันคือซากมหาปราชญ์หรือซากปีศาจกันแน่? เซียวเฉินคิดอย่างงุนงงกับตัวเอง เขารู้ สึกถึงบางสิ่งที่ผิดแปลกเกี่ยวกับซากโบราณ

 

“นายน้อยเซียว, เจ้าคิดอะไรอยู่” ซูเสี่วเสี่ยวถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อนางเห็นว่าเซียวเฉินนิ่งเงียบจ้องมองไปยังแม่น้ํา

 

เซียวเฉินตื่นขึ้นมาจากความคิดของเขาและยิ้มขึ้นเบาๆ “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ!”

 

ทั้งสามคนเดินทางต่อไป,ใช้ทักษะเคลื่อไหวเรียงกันไป เซียวเฉินประหลาดใจที่เห็นว่าเจ้าหมูไม่ได้เชื่องช้าไปกว่า เซียวเฉินเลยผิดกับรูปร่างของเขา เขาสงสัยว่าเจ้าหมูกําลัง ใช้ทักษะเคลื่อนไหวใดอยู่

 

มองเห็นเซียวเฉินที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึงเจ้าหมูกาง พัดในมือและหัวเราะออกมาอย่างน่าถีบ เซียวเฉินไม่อาจทน เห็นพฤติกรรมอวดดีเช่นนี้ของเจ้าหมูได้ และหันหนีไปทา งอื่นอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเรามาถึงแล้ว แท่นหินอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ํา เมื่อเราข้ามแม่น้ําไป, พวกเราก็ถึงแล้ว” หลังจากที่พวกเขามาถึงตีน ภูเขา,เจ้าหมูหยุดลงและชี้ไปที่แท่นหินตรงข้ามฝั่งแม่น้ํา เขาพูดขึ้น “พวกเขาน่าจะขึ้นไปกันแล้ว”

 

เซียวเฉินมองดูพลังฉีปีศาจที่หนาแน่นเต็มพื้นผิวแม่น้ําและพูดขึ้น “พวกเราไม่อาจข้ามไปตรงๆ หมอกควันสีดํานี้ คือพลังฉีปีศาจสัมผัสเพียงเล็กน้อยก็สามารถทําให้พวกเราถูกครอบงํา”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาก็หยิบขวดหยกออกมาจากแหวนห้วงจักรวาล ขวดหยกใบนี้คือสม บัติช่องว่างเหมือนกับแหวนห้วงจักรวาล พื้นที่ด้านในของมันมีมหาศาลเพียงแต่มันสามารถใส่ลงไปได้เพียงของเหลวและหมอกควันเท่านั้น มันเป็นของที่เซียวเฉินทําขึ้นมาแก้เบื่อในตอนที่อยู่ในเมืองไปสู่ย

 

เขาชี้ปากขวดหยกไปที่แม่น้ํา, จินต้าเปาและซูเสียวเสี่ยวต่างงุนงง,น้ําในแม่น้ําสีดําเริ่มปั่นปวน,มันดูดซับเอาพลังฉีปีศาจจากพื้นผิวของน้ํา

 

หลังจากนั้นครูใหญ่,บนพื้นผิวแม่น้ําสีดํากลายเป็นไร้ซึ่งพ ลังฉีปีศาจปกคลุมเซียวเฉินเก็บขวดหยกและพูดขึ้นอย่างตื่นตัว “ไปกันเถอะ!”

 

เซียวเฉินสามารถใช้คาถาแรงโน้มถ่วงบินข้ามไป เจ้าหมู และซูเสี่ยวเสียวกระโดดไปบนผิวน้ําก่อนที่จะมาถึงอีกฝั่ง หลังจากที่พวกเขาข้ามมาได้ เจ้าหมูขยับเข้ามาใกล้เซียว เฉินในทันที เขายิ้มขึ้น “พี่น้องเสี่ยวเมื่อกี้มันอะไร? พี่น้อง ตัวโตจะขอหยิบมาดูสักหน่อย?”

 

เซียวเฉินไม่ได้ปฏิเสธ ขวดหยกใบนี้ไม่ใช้สมบัติล้ําค่าอะไร มากมาย นอกจากนั้น,การใช้งานก็จํากัด มันเป็นเพียงแค่ ของที่เขาทําขึ้นมาแก้เบื่อ,ชิ้นงานก็หยาบกระด้าง มันไม่ มีปัญหาที่จะให้เจ้าหมูเอาไปดู

 

เจ้าหมูถือมันไว้ในมือพร้อมกับลูบไล้ชื่นชม หลังจากนั้น ครูใหญ่,เขาก็คืนขวดกลับมา เขาถามขึ้น “ทําไมข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าเป็นคนสร้างขวดใบนี้ขึ้นมา? นอกจากนั้น,ชิ้นงานยังหยาบกระด้าง”

 

เซียวเฉินตกตะลึง เจ้าหมูตัวนี้สายตาช่างแหลมคม เขาไม่ได้ตอบกลับและมองตรงไปที่แท่นหิน เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังฉีอันเที่ยงธรรมดที่มันส่งออกมา

 

เมื่อพวกเขามาถึงแท่นหิน,ทันใดนั้นเจ้าหมูก็พูดขึ้น “ดูเหมือนมีคนบางกลุ่มกําลังนั่งขัดสมาธิ”

 

เซียวเฉินรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ กลุ่มคนที่กําลังนั่งขัดสมาธิไม่ได้ตื่นตัวแต่อย่างใด พวกเขาเคลื่อนตัวเข้ามาเสียงก็ไม่ใช่เบา,แต่คนกลุ่มนี้ไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย

 

“มีบางอย่างผิดปกติ,คนพวกนี้ดูเหมือนราวกับได้ตายไปแล้ว” เซียวเฉินเดินตรงเข้าไปทันทีที่เขาพูดจบ

 

มีกองกระดูกสีขาวมากมายบนพื้น สําหรับผู้คนที่นั่งลงท่าขัดสมาธิอยู่,ดวงตาของพวกเขาปิดสนิท

 

ราวกับกําลังหลับฝัน เจ้าหมูใช้มือของเขาผลักเบาๆไปที่ร่างหนึ่ง ทันใดนั้นเขาก็ล้มลงไปในทันที

 

จินต้าเป่าหน้าซีดขาว เขามองไปที่กองกระดูกสีขาวและจ้องไปที่เหล่าผู้บ่มเพาะพลังของตระกูลชั้นสูงที่กําลังนั่งขัดสมาธิ เขาคิ้วขมวด “ผู้บ่มเพาะพลังพวกนี้เพียงแค่ตายจาก ไปเฉยๆ ยิ่งกว่านั้นท่าทางตอนตายของพวกเขายังแปลกประหลาด”

 

ด้านข้างศพของเหล่าตระกูลชั้นสูง, บริวารของขุนนางกุยยี่,นักรบทองคํา,ทั้งหมดตกตายไปอย่างไม่รู้สาเหตุเช่นกันพวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นเพียงแค่ผลักเบาๆ

 

เจ้าหมูทันใดนั้นก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง ก่อนที่เซียวเฉินจะได้ ตอบโต้อะไรเขาก็เห็นเจ้าหมูเคลื่อนไหวราวกับพายุและปลดทรัพย์รูดของนักรบทองคําของขุนนางกุนยี่ เอาชุดเกราะศึกระดับปฐพี

 

ไม่นานนัก เจ้าหมูเก็บชุดเกราะไปมากกว่าหนึ่งร้อยชุด เจ้าหมูเพ่งมองดูอย่างละเอียด และสีหน้าของเขาเปลี่ยน เขาถามขึ้น “ทําไมชุดเกราะทั้งหมดถึงได้สูญเสียพลังวิญญาณของมันไปแล้ว? เกิดบ้าอะไรขึ้น”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาหยิบเอามีดออกมาและแทงลงไปที่ชุดเกราะ เกิดเป็นรูเล็กๆขึ้นมาบนชุดเกราะสีทองทันทีก่อนที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยง

 

ซูเสี่ยวเสี่ยวสีหน้าประหลาดใจ นางหยิบเอาชุดเกราะศึกสีทองขึ้นมาและตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่นางพูดขึ้น “ศิลาแสงจันทร์ที่หลอมรวมเข้าไปในชุดเกราะดูเหมือนจะถูกบางอย่างดูดกลืนออกไปจนหมด” 

 

เมื่อเซียวเฉินและจินต้าเปาได้ยินเช่น นั้น,พวกเขาต่างตกตะลึงในใจพวกเขาไม่เห็นเคยได้ยินเรื่อง เช่นนี้มาก่อน ศิลาแสงจันทร์คือหินอัศจรรย์แห่งสวรรค์และปฐพี มันประกอบขึ้นมาด้วยเต่าจากธรรมชาติ มันถูกดูดกลืนหายไปได้เช่นไร?

 

เซียวเฉินจับจ้องสายตาไปที่แท่นหิน เขาพยายามอย่างที่สุดขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไป แต่เขากลับไม่อาจทําได้ ภายในขอบเขตเล็กๆนี้ มันเป็นการยากแม้แต่จะดึงสัมผัส วิญญาณออกไปนอกร่างของเขา

 

เจ้าหมูพึมพํา “ไม่เป็นไร,ขึ้นไปกันเถอะ หากไม่ขึ้นไปก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ,เขาก็ไม่สามารถขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไปตรวจสอบดูได้ เขาทําได้เพียงเห็นด้วยกับความคิดของเจ้าหมู ทั้งสามคนก้าวขึ้นไปบนแท่นหิน

 

ทันทีที่ทั้งสามคนขึ้นไปเหยียบบนแท่นหิน,มังกรฟ้าในร่างของเซียวเฉิน,พัดสีทองของเจ้าหมู,และพิณในมือของซูเสี่ยวเสี่ยวทันใดนั้นทั้งหมดต่างส่งกระแสพลังออกมา กระแสพลังทั้งสามผสานเข้าด้วยกันและก่อเกิดเป็นม่านพลัง เล็กๆล้อมรอบพวกเขาเอาไว้

 

ซูเสียวเสี่ยวพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึง “นี่เป็นการป้อง กันตัวเองของอาวุธศักดิ์ ต้องมีบางอย่างน่าหวาดกลัวภาย ใต้แท่นหินแห่งนี้ มิฉะนั้น,อาวุธศักดิ์คงไม่เรียกใช้การป้อง กันตัวเอง”

 

เซียวเฉินมองไปที่ขั้นบันไดที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเบาใจอย่างแปลกประหลาด พวกเขาทงสามเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบๆ พวกเขามาถึงจุดที่ไม่อาจหันกลับได้แล้ว

 

หลังจากผ่านมาหนึ่งร้อยชั้น ,กองกระดูกหนาแน่นเริ่มปรากฏให้เห็นตามขั้นบันไดหิน ทั้งกลุ่มเหยียบย่ําไปบนกองกระดูก เกิดเป็นเสียงกรอบแกรบ เสียงนั้นอาจทําให้บางคนถึงกับเสียวหลังหัว

 

“บี้ม!”

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดดิ้นไปมาในแหวนห้วงจักรวาล เซียวเฉินตกอกตกใจ เขาหยุดฝีเท้าลงและมองไปรอบๆตัวเขา ดาบหักขึ้นสนิมปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา

 

มันคืออะไร? อาวุธกิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังรากปัญญาแห่งการต่อ สู้อีกชิ้นหนึ่ง? เซียวเฉินถามกับตัวเองหลังจากที่เขาหยิบดา บนักเล่มนั้นขึ้นมาเขาไม่อาจมองหาอะไรผิดแปลกบนตัว

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดไปมายิ่งกว่าเดิมภายในแหวนห้วงจักรวาล

 

ราวกับอยากจะกระโดดออกมาจากแหว เซียวเฉินไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เซียวเฉินเก็บดาบนักๆเข้าไปในแหวนห้วงจักรวาลและเดินหน้าต่อ มันเห็นได้ชัดว่าดาบหักเล่มนี้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับดาบไม้อัส

 

หลังจากเดินย่ําไปกองกระดูกสีขาวมานับไม่ถ้วน, พวกเขา ทั้งสามก็มาถึงร่างไร้หัวของฮวาเทียนหยู่ เจ้าหมูพบข้อความ

 

ที่เขียนอยู่บนพื้น จากนั้นเขาก็เข้าไปค้นร่างศพไร้หัว

 

“ให้ตายเถอะ,ไม่มีอะไรเลย มหาปราชญ์ผู้นี้ยาจกโดยแท้” เจ้าหมูสาปด่าออกมาเสียงค่อย

 

ซูเสี่ยวเสียวมองเห็นรอยบนนิ้วชี้ของเขา เห็นชัดว่าเป็นร่องรอยของแหวน นางพูดขึ้นอย่างเฉยเมย “ตรงนั้นน่าจะ เคยสวมแหวนห้วงอวกาศเอาไว้ มีใครบางบนถอดมันออกไป ไม่นานมานี้”

 

เซียวเฉินเมินคําของเจ้าหมูและตรวจสอบรอยแผลบนคอของฮวาเทียนหยู่อย่าละเอียด มันเป็นรอยตัดของดาบ หัวของฮวาเทียนหยู่ถูกตัดออกไประดับขอบเขตมหาปราชญ์ถูกใครบางคนสังหาร?

 

ใครที่จะทรงพลังถึงเพียงนั้น? ที่สังหารระดับขอบเขตมหาปราชญ์ลงได้เหมือนเชือดหมู หรือจะเป็นระ ดับขอบเขตจักรพรรดิ? เซียวเฉินคิดอย่างสงสัยทันใด นั้นเขาก็คิดอะไรออก “เจ้าหมูลองหาดูรอบๆ หัวของเขาอาจจะยังอยู่แถวนี้”

 

จินต้าเปาคืนสติและมองไปที่ร่างศพไร้หัว เขารู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติเช่นกัน เขามองหาดูรอบๆพร้อมกับเซียว เฉิน,แต่หลังจากผ่านไปนาน,พวหเขาไม่แม้แต่จะพบสักหัว

 

“น่าแปลก,หัวหายไปไหน?” จินต้าเป่าถามขึ้นเต็มไปด้วยความงุนงง

 

เหนือขึ้นไปบนแท่นหิน,จีชางคงและคนที่เหลือที่เหลือ ตัดแบ่งสมบัติจากมหาปราชญ์อีกคนหนึ่ง หลังจากนั้น พวกเขานั่งลงขัดสมาธิและกุมเอาหินวิญญาณระดับต่ําเอาไว้ใน มือของพวกเขา พื้นพลังปราณในร่างอย่างรวดเร็ว

 

ตลอดทางไม่เพียงแค่ศพของบรรพบุรุษจากหลายตระกูล, พวกเขายังพบแม้กระทั่งร่างศพของจักรพรรดิอังสือ พวกเขาทั้งหมดคือมหาปราชญ์จากหนึ่งพันปีก่อน เป็นผู้ที่ มาจากยุคเดียวกันทั้งหมด

 

จีชางคงเป็นคนแรกที่ฟื้นพลังกลับมาได้ทั้งหมด เขาโยนหินวิญญาณที่มืดมัวทิ้งไปด้านข้าง เขาเห็ นว่าพวกเขากําลังเข้าไปใกล้ยอดของแท่นหินแล้ว แต่เขาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับมัน กลับกัน,กลับมีเงาดํามืดแอบซ่อนอยู่ในความคิดของเขา

 

Comments

การแสดงความเห็นถูกปิด

×

Pengaturan Membaca

Background :

Size :

A-16A+